Published on November 12, 2021

Story of Marie Guimar

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ ‘ท้าวทองกีบม้า’ หรือ ‘Marie Guimar’ หญิงสาวชาวญี่ปุ่น-โปรตุเกส ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งขนมไทย โดยเธอแนะนำขนมที่ได้รับอิทธิพลจากโปรตุเกส อย่างทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง ให้กับประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา จึงเป็นที่มาของ Marie Guimar ร้านอาหารไทยโบราณสูตรดั้งเดิมที่หยิบเอาเรื่องราวความเป็นไทยในอดีตมาบอกเล่าผ่านหลากหลายเมนูอาหารคาวหวานที่หาทานได้ยาก นำมาปรับรสชาติให้ถูกปากโดยปราศจากสารเคมีที่คนรักอาหารไทยต้องถูกใจ

 

Marie Guimar ร้านอาหารไทยโบราณที่ตั้งอยู่บนชั้น 28 ของอาคาร Wyndham Bangkok Queen Convention Centre

 

ผ่อนคลายไปกับมุมที่นั่งสบาย ๆ ที่ให้กลิ่นอายความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี

Sino-Portuguese Vibes

ย้อนเวลาไปสัมผัสความอร่อยของอาหารไทยในอดีตกับ Marie Guimar ที่ตั้งอยู่บนชั้น 28 ของอาคาร Wyndham Bangkok Queen Convention Centre มาพร้อมบรรยากาศการตกแต่งอย่างหรูหราในไตล์ชิโนโปรตุกีสโทนสีเขียวสบายตา ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ความคลาสสิกในแบบฉบับของโปรตุเกสได้เป็นอย่างดี สะท้อนถึง ‘ท้าวทองกีบม้า’ หรือ ‘Marie Guimar’ ได้อย่างน่าประทับใจ ก่อนจะเสริมความเป็นไทยด้วยข้าวของเครื่องใช้ลายคราม รวมถึงผ้าม่านและวอลเปเปอร์ที่หยิบยกวิถีชีวิตเมืองแห่งสายน้ำของผู้คนในสมัยกรุงศรีอยุธยามาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ

 

การตกแต่งอย่างสวยงามในไตล์ชิโนโปรตุกีสโทนสีเขียวสบายตา

 

มนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิกในแบบฉบับของโปรตุเกส

 

เสริมความเป็นไทยด้วยข้าวของเครื่องใช้ลายคราม

Finest Authentic Thai Cuisine

สำหรับเมนูอาหาร ทางร้านได้หยิบยกเรื่องราวอันแสนงดงามของความเป็นไทย มานำเสนอให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งกรรมวิธีการทำแบบดั้งเดิมที่ถูกส่งต่อมาแบบรุ่นต่อรุ่น ผ่านการคัดสรรทั้งวัตถุดิบที่ดีและกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถันโดยที่ไม่ใส่ผงชูรสทุกเมนู

 

หลากหลายเมนูอาหารไทยที่นำเสนอให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งกรรมวิธีการทำแบบดั้งเดิม

เริ่มกันที่เมนูแนะนำอย่าง ค้างคาวเผือก (180 บาท) ของว่างไทยตำรับชาววังที่มีมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยนำเผือกนึ่งมานวดให้เข้ากับแป้งขนมจีบญวน สอดไส้ด้วยกุ้งสับผัดกับมันกุ้ง เสริมความหอมกรุ่นด้วยใบมะกรูดซอยละเอียด แล้วนำมาทอดจนได้ความกรอบที่พอดี ทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาด ให้รสชาติกลมกล่อม เข้ากันเป็นอย่างดี

 

ค้างคาวเผือก (180 บาท)

ตามด้วย เรไรหน้าปู (320 บาท) ขนมไทยในพระราชนิพนธ์ที่หาทานได้ยาก โดยปกติมักจะนิยมทานคู่กับกะทิและมะพร้าวขูดโรยงา แต่ทางร้านนำมาเสิร์ฟให้ทานคู่กับน้ำยาปูสูตรเฉพาะ เพื่อให้ได้รสชาติแปลกใหม่ไม่เหมือนที่ไหน ที่คุณต้องประทับใจไปกับความกลมกล่อม หอมมัน ที่ทานได้แบบเพลิน ๆ

 

เรไรหน้าปู (320 บาท)

หากใครที่ชอบทานน้ำพริก ต้องถูกใจกับ น้ำพริกนครบาล (350 บาท) จัดเต็มมาด้วยส่วนผสมอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปลาแห้ง กุ้งแห้ง รวมถึงกากหมู ที่ชูความหอมพร้อมรสชาติจัดจ้านด้วยกระเทียม พริกแห้ง พริกขี้หนู และพริกชี้ฟ้า เคียงมาให้ทานคู่กับปลาดุกฟู ผักลวก และผักสดต่าง ๆ ให้รสชาติกลมกล่อมจัดจ้านแต่ไม่เผ็ดจนเกินไป

 

น้ำพริกนครบาล (350 บาท)

มาถึงอีกหนึ่งเมนูไฮไลต์ที่แนะนำว่าต้องลอง คือ โต่งหมูย่าง (380 บาท) เมนูจากอีสานตอนเหนือ ที่เป็นเมนูพื้นเมืองของจังหวัดเลย โดยทางร้านนำหมูมาย่างจนได้ความหอม ก่อนจะนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำยำที่ทำมาจากกะปิ พริก กระเทียม ตะไคร้ และใบโหระพา ให้รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องสมุนไพรแบบเต็มคำ

 

โต่งหมูย่าง (380 บาท)

สัมผัสความเข้มข้นของพริกแกงสูตรโบราณที่ทางร้านทำเองกับเมนู แกงเนื้อพริกขี้หนู โรตี (400 บาท) โดดเด่นด้วยกรรมวิธีที่ทางร้านใช้หลักการเดียวกับการทำน้ำพริกแกงคั่ว ที่เต็มไปด้วยส่วนผสมของสมุนไพร นำไปปรุงรสและเคี่ยวกับเนื้อจนกระทั่งแกงมีความข้นจนเคลือบเนื้อทุกชิ้น แล้วโรยด้วยพริกขี้หนูปิดท้าย เสิร์ฟมาให้ทานคู่กับโรตี ช่วยเสริมความอร่อยที่เข้ากันอย่างลงตัว

 

แกงเนื้อพริกขี้หนู โรตี (400 บาท)

มาถึงอีกหนึ่งเมนูแกงที่แนะนำว่าต้องลอง คือ แกงระแวงซี่โครงอ่อน (320 บาท) แกงไทยโบราณที่หาทานได้ยาก โดยได้รับอิทธิพลมาจากชวา มีลักษณะคล้ายกับแกงพะแนง แต่มีสีออกเหลืองทอง เพราะใช้พริกแกงเขียวหวานที่เติมขมิ้นลงไป นำมาเคี่ยวกับซี่โครงอ่อน พร้อมเพิ่มกลิ่นหอมด้วยตะไคร้ ก่อนจะใส่พริกชี้ฟ้าสามสีปิดท้าย ให้รสชาติเข้มข้นตามแบบฉบับของอาหารไทยโบราณ

 

แกงระแวงซี่โครงอ่อน (320 บาท)

เอาใจคนชอบทานสมุนไพรด้วยเมนู ข้าวยำมารีกีมาร์ (250 บาท) จัดเต็มมาด้วยส่วนผสมของสมุนไพรหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นขิง กระถิน ชะอม แตงกวา ตะไคร้ ใบมะกรูด และอื่น ๆ อีกกว่า 15 ชนิด ตามด้วยพริกป่น ปลาป่น กุ้งแห้งป่น และมะพร้าวคั่ว เสิร์ฟมาให้ทานคู่กับน้ำยำรสกลมกล่อมสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่แม้คนไม่ชอบทานผักก็ต้องประทับใจกับเมนูนี้อย่างแน่นอน

 

ข้าวยำมารีกีมาร์ (250 บาท)

ส่งท้ายความอร่อยกันที่เมนูขนมหวานที่ทางร้านตั้งใจอยากจะสานต่อแนวคิดของ ‘ท้าวทองกีบม้า’ โดยการนำเอาความเป็นไทยมาผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายตะวันตกออกมาเป็นเมนู แชงมา (ปลากริมไข่เต่า) (180 บาท) มีความพิเศษอยู่ที่ทางร้านนำน้ำตาลมาเคี่ยวจนกลายเป็นคาราเมลและมีความหอมไหม้ เมื่อนำไปผสมผสานรสชาติเข้ากับความเค็มของกะทิ จะได้รสหวานเค็มตัดกันอย่างพอดี ทานคู่กับเครื่องดื่มที่แสนชื่นใจอย่าง แก้วมรกต (180 บาท) น้ำมะตูมใบเตยที่ช่วยปิดท้ายมื้อนี้ได้อย่างน่าประทับใจ

 

แชงมา (ปลากริมไข่เต่า) (180 บาท) และแก้วมรกต (180 บาท)

Info
Hours
Everyday : 11AM - 9PM
Price

฿฿฿ 301-500 บาทต่อคน

Address
อาคาร Wyndham Bangkok Queen Convention Centre ซอยไผ่สิงโต เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Facilities
Suggest an Edit