Published on November 19, 2020

Move Like Ms.Jigger

ภายใน โรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok ย่านหลังสวน ยังเป็นที่ตั้งของ Ms.Jigger ร้านอาหารอิตาเลียนและบาร์สุดเท่ภายใต้คอนเซ็ปต์เล่าเรื่องการเดินทางของตัวละคร Ms.Jigger หญิงสาวสุดเก๋ผู้รักการเดินทาง, การทานอาหารอิตาเลียนดี ๆ และแน่นอนว่ายังชื่นชอบการดื่มดริงก์สนุก ๆ ด้วย ซึ่งที่นี่ได้นำเสนอเรื่องราวการเดินทางไปทั่วอิตาลีของ Ms.Jigger ผ่านหลากหลายกิมมิกที่แฝงอยู่ในเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้ทุกคนที่ได้มาลองสัมผัสประสบการณ์แบบ Ms.Jigger กัน
 

ด้านหน้าร้าน

Modern Comfort

ตัวร้านซ่อนอยู่ด้านหลังม่านสีครีมที่จะเปิดให้เข้าไปเฉพาะช่วงที่ร้านพร้อมให้บริการ ภายในร้านถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและสบาย ๆ เน้นใช้สีโทนเรียบง่ายอย่างสีครีม เทาอ่อน และดำ เข้ากับพื้นและผนังไม้สีอ่อน เสริมให้ภายในร้านดูสว่างและอบอุ่นยิ่งขึ้น ด้านข้างร้านยังเป็นหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาในช่วงกลางวัน

ทางร้านจัดสรรพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน มีมุมที่นั่งให้เลือกหลากหลาย รวมถึงมีมุมที่เป็นโซนส่วนตัวสำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มใหญ่นอกจากนี้เมื่อเดินผ่านโซนไดน์นิ่งไป จะเป็นโซนบาร์สุดเท่ที่ให้บรรยากาศในสไตล์วินเทจคล้ายกับการย้อนกลับไปในยุคสมัยก่อน ตามมุมต่าง ๆ ของทางร้านได้เติมกิมมิกหลากหลายไอเท็มที่บ่งบอกบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของ Ms.Jigger ได้เป็นอย่างดี

 

ตกแต่งด้วยไอเท็มที่บ่งบอกสไตล์ของ Ms.Jigger

 

มุมที่นั่งภายในร้าน

The Taste of Ms.Jigger's Journey Throughout Italy

แน่นอนว่าอาหารของที่นี่สามารถถ่ายทอดความรักในอาหารอิตาเลียนของ Ms.Jigger ได้อย่างชัดเจน โดยได้เชฟหนุ่มชาวอิตาลี Danilo Aiass, Head Chef ของร้านมาดูแลเมนูทั้งหมด ทางเชฟเน้นการเลือกใช้วัตถุดิบโลคอลสดใหม่ผสมผสานกับเทคนิคการทำอาหารแบบดั้งเดิม และยังนำเสนออาหารอิตาเลียนจากโซนตะวันตกตอนเหนือของประเทศอิตาลีที่เชฟเติบโต สร้างสรรค์ออกมาเป็นหลากหลายเมนูอาหารอิตาเลียนที่คงความดั้งเดิมเอาไว้ 

เมนูอาหารของที่นี่จะเน้นเป็นจาน Sharing หรือสามารถแบ่งกันทานได้ เพื่อให้ความรู้สึกสบาย ๆ ไม่อึดอัด 

เริ่มจากเมนูสลัดจานแรก Peperone Farcito Al Tonno Con Salsa Al Prezzemolo (290 บาท) พริกหวานสีสวยย่างสอดไส้เนื้อปลาทูน่า ทานคู่กับผักสลัดสด ๆ และซอสอิตาเลียนเพสโต เป็นเมนูเบา ๆ ที่เหมาะทานเริ่มต้นมื้อ

ตามด้วย Polpette Al Sugo Picante Con Pecorino Romano (320 บาท) มีทบอลสไตล์อิตาเลียน เนื้อแน่นแต่ชุ่มฉ่ำ คลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศรสเผ็ด โรยหน้าด้วยชีส Pecorino

 

Peperone Farcito Al Tonno Con Salsa Al Prezzemolo (290 บาท)

 

Polpette Al Sugo Picante Con Pecorino Romano (320 บาท)

ขาดไม่ได้กับเมนูพาสต้าและพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม ทางร้านแนะนำ Ravioli Repieni di Spinaci e Ricotta Con Salsa al Pomodoro Picante, Pesto e Pinoli (390 บาท) ราวิโอลีโฮมเมดสอดไส้ด้วยผักโขมและชีสริคอตต้า ราดด้วยซอสมะเขือเทศรสเผ็ดและซอสเพสโต้ เนื้อแป้งพาสต้าลวกมาสุกกำลังดี สอดไส้ด้วยชีสเนื้อเนียน เข้ากันได้ดีกับซอสรสกลมกล่อม

สำหรับพิซซ่าของที่นี่จะเป็นสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม ใช้แป้ง Sourdough ที่หมักถึง 48 ชั่วโมงด้วยยีสต์ธรรมชาติ ทำให้ได้เนื้อแป้งที่นุ่มเหนียวกำลังดี ลองสั่ง Tartufata (490 บาท) เมนูพิซซ่ายอดนิยม ท็อปด้วยครีมชีสมาสคาร์โปเน่, ชีสมอสซาเรลล่า, เห็ด Porcini และจัดเต็มกับเห็ดทรัฟเฟิลดำ ก่อนจะเพิ่มกลิ่นหอมให้น่าทานมากยิ่งขึ้นกับน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล คนรักทรัฟเฟิลต้องไม่พลาดเมนูนี้ หรือจะเป็น 24 Month Parma Ham (470 บาท) พิซซ่าท็อปหน้าด้วยพาร์ม่าแฮมที่หมักมาถึง 24 เดือน จนได้เนื้อแฮมที่นุ่มและเค็มกำลังดี เพิ่มท็อปปิ้งอื่น ๆ อย่างชีสมอสซาเรลล่า, มะเขือเทศเชอร์รี่และซอสมะเขือเทศ, ผักร็อกเก็ตสด ๆ และชีสพาร์เมซาน

 

Ravioli Repieni di Spinaci e Ricotta Con Salsa al Pomodoro Picante, Pesto e Pinoli (390 บาท)

 

Tartufata (490 บาท)

 

24 Month Parma Ham (470 บาท)

มาถึงจานหลักที่ทางร้านนำเสนออย่าง Costolette di Agnello in Crosta di Mostarda, Spinaci Saltati e Palate al Forno (720 บาท) เนื้อแกะส่วนซี่โครงคลุกเคล้ากับมัสตาร์ดและสมุนไพร ทานคู่กับซอสเห็ดป่าที่มีส่วนผสมของไวน์ Marsala, มันฝรั่งอบ และผักโขม เนื้อแกะปรุงสุกมากำลังดี ได้เท็กซ์เจอร์นุ่มแน่นเต็มคำ หอมสมุนไพร

ส่วนใครที่อยากทานเมนูปลา ทางร้านยังมี Filetto di Branzino con Zuppetta di Mare, Farro, Schiacciata di Patate (600 บาท) เนื้อปลากะพงนาบกับกระทะจนสุกกำลังดี ทานคู่กับซุปสไตล์อิตาเลียนที่เต็มไปด้วยซีฟู้ดหลายชนิด เพิ่มรสสัมผัสด้วยมันฝรั่งและข้าวสาลี Farro เหมาะกับทานตอนร้อน ๆ 

 

Costolette di Agnello in Crosta di Mostarda, Spinaci Saltati e Palate al Forno (720 บาท)

 

Filetto di Branzino con Zuppetta di Mare, Farro, Schiacciata di Patate (600 บาท)

สำหรับเมนูขนมหวานของที่นี่ ก็ยังคงรสชาติแบบอิตาเลียนแท้ ๆ ไว้อย่างครบครัน ทางร้านแนะนำ 2 เมนูขนมหวานสุดคลาสสิกอย่าง Ms.Jigger Tiramisu (320 บาท) ทิรามิสุสูตรพิเศษเฉพาะของทางร้าน ซ้อนเลเยอร์ระหว่างขนมเลดี้ฟิงเกอร์แช่ด้วยกาแฟรสเข้มข้น สลับกับชีสมาร์คาโปเน่ ไอริชครีม เพิ่มด้วยสเปรดโกโก้เฮเซลนัท และโรยหน้าด้วยช็อกโกแลตขูด ได้รสเข้มข้นจากช็อกโกแลตและโกโก้เต็มคำ และ Prospino Al Limoncello (410 บาท) ไอศกรีมซอร์เบทรสเลมอน เพิ่มรสชาตินุ่มลึกด้วย Limoncello เสิร์ฟมาพร้อมกับสปันจ์เค้กอัลมอนด์และเบอร์รีสด ทานแล้วได้รสหวานอมเปรี้ยวสดชื่น เหมาะกับทานปิดท้ายมื้อนี้ได้เป็นอย่างดี

 

Ms.Jigger Tiramisu (320 บาท)

 

Prospino Al Limoncello (410 บาท)

Drink After Six

นอกจากอาหารอิตาเลียนดี ๆ ที่มีให้เลือกทานหลากหลายเมนูแล้ว ทางร้านยังมีโซนสปีคอีซี่บาร์เท่ ๆ ให้นั่งดื่มดริงก์จากบาร์เทนเดอร์มากฝีมือ พร้อมเสิร์ฟทั้งเมนูดริงก์คลาสสิกและเมนูดริงก์ซิกเนเจอร์ให้ลองกันด้วย

 

โซนบาร์

Info
Hours
Open : 11:30AM - 2:30PM
5:30PM - 12AM
Sun : 11:30AM - 2:30PM
5:30PM - 12AM
Mon : 11:30AM - 2:30PM
5:30PM - 12AM
Tue : Closed
Wed : 11:30AM - 2:30PM
5:30PM - 12AM
Thu : 11:30AM - 2:30PM
5:30PM - 12AM
Fri : 11:30AM - 2:30PM
5:30PM - 12AM
Sat : 11:30AM - 2:30PM
5:30PM - 12AM
Price

฿฿฿฿ 501-1,000 บาทต่อคน

Address
Ground Floor, Kimpton-Malaii Bangkok, 78 ซอยต้นสน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS ชิดลม

Facilities
Suggest an Edit