Published on September 01, 2020

Small Boutique Homestay and Cafe in Bangkok Old Town

จากความชอบในเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยว ความหลงใหลในรสชาติ ความหอมกรุ่นของกาแฟ รวมถึงมนต์เสน่ห์ของงานศิลปะและแผ่นเสียง ก่อเกิดเป็น Remedy Stay and Cafe พื้นที่เล็ก ๆ บนย่านเมืองเก่าใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทั้งโฮมสเตย์สไตล์บูทีคและคาเฟ่สุดคลาสสิก พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนให้ได้มาพักกายพักใจจากวันที่เหนื่อยล้า แล้วใช้ช่วงเวลาดี ๆ แสนผ่อนคลายไปกับการจิบกาแฟแก้วโปรด ดื่มด่ำบรรยากาศสบาย ๆ ริมคลองมหานาค ที่คลอเคล้าไปด้วยเสียงเพลงสุดรื่นรมย์

 

Remedy Stay and Cafe ยินดีต้อนรับ

To Do Nothing is Also Good Remedy

เนื่องจากตัวร้านตั้งอยู่บนถนน ‘ดำรงรักษ์’ ซึ่งรากศัพท์ของชื่อถนนแห่งนี้มีความหมายที่สื่อถึงการดูแลรักษาไว้ให้คงอยู่ในสภาพที่ดี คุณแทน-แทนใท พรจันทร์ทอง เจ้าของร้านจึงเลือกนำคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เชื่อมโยงหรือสอดคล้องกันในแง่ของการเยียวยา การรักษา ซึ่งตรงกับคำว่า ‘Remedy’ โดยพร้อมเปิดเป็นพื้นที่ให้เข้าพัก ผ่อนคลายไปกับโซนคาเฟ่ ให้ผู้ที่แวะเวียนเข้ามาได้จิบกาแฟ ทานขนม และเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลง ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น

 

อีกหนึ่งมุมพักผ่อนสบาย ๆ

โลโก้ของทางร้านคุณแทนเป็นผู้ดีไซน์เอง โดยตัวโลโก้นั้นถูกครีเอตมาจากส่วนประกอบหลาย ๆ อย่างของย่านนี้ ได้แก่ เจดีย์ภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) แก้วกาแฟ คลองมหานาค และกลีบดอกไม้ที่สื่อถึงความสวยงามร่มรื่นไปด้วยดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่บานสะพรั่งในยุคก่อน ๆ ออกแบบผ่านลายเส้นสีขาวพื้นสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งลายเส้นทั้งหมดจะเชื่อมโยงถึงกัน มีลักษณะคล้ายแคปซูลยาที่สื่อถึงการเยียวยา บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ผู้คนที่เข้ามาที่ร้านได้รับความสุขความผ่อนคลายกลับไปนั่นเอง
 

โลโก้ประจำร้าน

Classic Vibes

ด้วยความผูกพันและเติบโตมากับชุมชนริมคลองมหานาค ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นถนนสายไม้ทั้งสิ้น คุณแทน หนุ่มกราฟิกดีไซเนอร์และเจ้าของร้าน Remedy Stay and Cafe จึงเลือกที่จะรีโนเวทพื้นที่ตึกเก่าบนย่านนี้ให้เป็นโฮมสเตย์และคาเฟ่ในแบบที่เขาเองและในแบบที่ คุณแพท-รุจิรา ลิ้มภูมิศักดิ์ คนรักของเขานั้นชื่นชอบ

 

Quote ไฟนีออนสุดเก๋ที่ทางร้านนำมาประดับตกแต่งร้าน

“เริ่มแรกเลยเราคิดว่าจะเปิดเป็นที่พักที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ได้ใกล้ชิดกับแหล่งชุมชน ผู้คนในย่าน และโฮสต์หรือผู้ที่เป็นเจ้าของที่พัก ซึ่งมีจำนวนห้องพักไม่มาก แต่เป็นส่วนตัวและเราสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง” คุณแทนบอกเล่าถึงที่มาของพื้นที่แห่งนี้


หลังจากนั้นไม่นานทั้งคุณแทนและคุณแพทจึงค่อย ๆ ปรับบริเวณโซนด้านล่างให้เป็นคาเฟ่ที่อบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศของความคลาสสิก โดยมีต้นแบบจากคนรุ่นเก่าแต่เก๋าอย่างอากง (คุณตา) ของคุณแทนซึ่งเคยเปิดร้านสภากาแฟในแบบสมัยก่อนมาร่วมให้กำลังใจ สานฝันให้คนรุ่นใหม่ได้ทำในสิ่งที่รักต่อไป ตามที่คุณแทนได้บอกไว้ว่า “คงจะดีนะถ้าคนรุ่นเราได้นำบรรยากาศเหล่านั้นกลับมาทำใหม่อีกครั้ง แม้จะไม่ได้ทำออกมาในรูปแบบเดิม แต่เชื่อว่าทั้งเราและอากงเองก็พลอยมีความสุขไปด้วยกัน”

 

ภายในร้านมีมุมสบาย ๆ ให้เลือกนั่งพักผ่อนตามอัธยาศัย

ในส่วนของบรรยากาศรอบ ๆ ร้าน สังเกตได้ว่าที่ร้านจะมีแผ่นเสียงตั้งโชว์อยู่ โดยแผ่นเสียงทั้งหมดนั้นล้วนเป็นของสะสมส่วนตัวของคุณแทนทั้งสิ้น และที่สำคัญเขายังเป็นคนออกแบบและตกแต่งภายในร้านเองทั้งหมด เป็นการรีโนเวทจากของเดิม เน้นเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นส่วนใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงไปยังส่วนของชุมชนเก่าที่เคยประกอบอาชีพค้าไม้กันมาในยุคสมัยก่อน ให้คนที่เข้ามาในร้านได้สัมผัสถึงความอบอุ่นผ่อนคลายราวกับบ้านหลังเล็ก ๆ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง

 

มุมแผ่นเสียงที่ทางร้านเลือกเปิดเพลงเก่ายุค 60s เสริมบรรยากาศสุดคลาสสิก

ในส่วนของสีที่ทางร้านเลือกใช้เป็นสีน้ำเงิน นั่นก็เพราะว่าเป็นสีโปรดของคุณแทนและคุณแพท ซึ่งสีน้ำเงินก็เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังนำเอาประสบการณ์ท่องเที่ยวจากที่ได้ไปเห็นได้ไปสัมผัสมาปรับใช้ ตัวร้านจึงมีความคล้ายกับคาเฟ่ต่างประเทศหลาย ๆ เมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา แฝงกลิ่นอายของความคลาสสิกด้วยการสร้างมู้ดแอนด์โทนผ่านการเปิดแผ่นเสียงแนวเพลงในยุค 60-70s 

 

โซนนั่งบริเวณหลังร้านที่ให้คุณได้นั่งชิลล์ ๆ พร้อมชิมวิวริมคลองมหานาค

Handcraft Coffee and More

สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้บรรยากาศร้านเห็นจะเป็นหลากหลายเมนูเครื่องดื่มที่คุณแทนเป็นคนคิดค้นและออกแบบสูตรเองทั้งหมด นับตั้งแต่เมนูกาแฟ เมนูชา เมนูมินต์ ไปจนถึงเมนูสมูทตี้และขนมโฮมเมดแสนอร่อย โดยเฉพาะเมนูกาแฟที่ทางร้านคัดสรร นำเสนอและสนับสนุนเมล็ดกาแฟไทยเป็นพิเศษ ด้วยคุณภาพของเมล็ดกาแฟที่ดีมากขึ้น ไม่เข้มขมจนเกินไป ทัดเทียมกับเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศ อย่างเมล็ดกาแฟจากขุนช่างเคี่ยนที่ให้รสชาติออก Fruity Caramel และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ผสมอยู่ด้วย ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ นอกเหนือจากเมล็ดกาแฟไทยแล้วก็ยังมีเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศให้คอกาแฟได้เลือกดื่มตามชอบกันอีกด้วย ครอบคลุมไปถึงกระบวนการทำช็อตกาแฟที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Hand Press, แบบ Drip, แบบ Aeropress และแบบ Filter ทุกแก้วผ่านการวัดตวง พิถีพิถันทุกขั้นตอน นำเสนอความเป็น Slow Bar เชื่อมโยงกับบรรยากาศร้านที่ยังคงความคลาสสิกอยู่เสมอ

 

‘Flair Espresso’ คือเครื่อง Hand Press ที่ทางร้านเลือกใช้ทำช็อตกาแฟสุดเข้มข้น

‘Flair Espresso’ คือเครื่อง Hand Press ที่ทางร้านเลือกใช้ จะใช้แรงคนในการกดกาแฟออกมา กาแฟที่ได้คุณภาพเดียวกับ Espresso Machine ได้ช็อตเอสเพรสโซที่มีความเข้มข้น ซึ่งการที่ทางร้านเลือกใช้นั้นก็เพื่อจะได้เห็นการทำงานแต่ละขั้นตอน นับตั้งแต่การควบคุมอุณหภูมิน้ำ น้ำหนักของกาแฟ ไปจนถึงได้ช็อตกาแฟออกมา เต็มไปด้วยความพิถีพิถันอย่างมาก เหมือนเป็น Live Performance ให้คนที่มาที่ร้านได้เห็นขั้นตอนการทำกาแฟอย่างใกล้ชิดแบบแก้วต่อแก้ว

เมนูกาแฟของทางร้านจะมีเมนูซิกเนเจอร์ที่ครีเอตขึ้นมาเป็นพิเศษอย่าง ‘Breezy Passion’ Remedy Signature (140 บาท) กาแฟ Single Origin จากขุนช่างเคี่ยน ที่นำมาผสานรสชาติเข้ากับน้ำเสาวรสคั้นสดจากลูก น้ำผึ้ง และโซดา โดยจะท็อปด้านบนด้วยเอสเพรสโซช็อต ให้รสชาติแนวสดชื่น ๆ ได้รสเปรี้ยวของเสาวรส ความหอมของน้ำผึ้ง ความซ่าของโซดา และความเข้มขมของกาแฟ ที่เมื่อนำมาผสมผสานกันก็จะได้รสชาติที่ลงตัว 

 

‘Breezy Passion’ Remedy Signature (140 บาท)

ตามมาด้วย Dirty (100 บาท) กาแฟเดอร์ตี้ที่ทางร้านมีประเภทของนมให้เลือกดื่มหลายชนิด ส่วนตัวกาแฟจะเลือกเบลนด์เฉพาะที่สามารถดื่มคู่กับนมสดได้เท่านั้น เวลาดื่มแก้วนี้ก็จะสัมผัสได้ถึงความอุ่นของช็อตกาแฟและความเย็นของนม ให้รสนุ่มละมุนของนมและความหอมกรุ่นของกาแฟ

 

Dirty (100 บาท)

ส่วนใครที่ไม่ดื่มกาแฟ ทางร้านแนะนำให้ลองเป็นเมนู Mint Chocolate Chip Frappe (100 บาท) หนึ่งในเมนูเด่น ๆ ของหมวด Mint Lover โดยจะเลือกใช้ช็อกโกแลตชิพแบบ 70% ปั่นเข้ากับนมมินต์สูตรเฉพาะของทางร้าน ได้ทั้งความเป็นมินต์ ความครีมมี่ และความเข้มข้นของช็อกโกแลตชิพแบบเต็ม ๆ 

 

Mint Chocolate Chip Frappe (100 บาท)

หรือจะเป็นเมนูสมูทตี้อย่าง Wild Berry Smoothie (120 บาท) มิกซ์เบอร์รีปั่น ซึ่งทางร้านจะเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นผลเบอร์รีสด ให้เนื้อสัมผัสที่เนียน ดื่มแล้วเรียกคืนความสดชื่นได้ดีในระหว่างวัน

 

Wild Berry Smoothie (120 บาท)

ปิดท้ายกันด้วยเมนูขนมโฮมเมดยอดนิยมของทางร้าน ซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ได้ทานเรื่อย ๆ ไม่ซ้ำแบบ เช่น เค้กแครอท พานาคอตต้าเสาวรส และบางสัปดาห์จะมีเมนูพาย เมนูบราวนี่ เมนูพุดดิ้ง มาให้ได้ลิ้มลองกัน แนะนำให้ลองสั่ง พานาคอตต้าเสาวรส (100 บาท) เมนูนี้ทางร้านเลือกใช้นมกับครีมสูตรพิเศษมาใช้ในการทำตัวฐานของขนม แล้วท็อปด้วยซอสเสาวรสที่ทำมาจากเสาวรสสดอีกเช่นกัน ทานแล้วสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

 

พานาคอตต้าเสาวรส (100 บาท)

Info
Hours
Open : 10AM - 7PM
Sun : 10AM - 7PM
Mon : Closed
Tue : 10AM - 7PM
Wed : 10AM - 7PM
Thu : 10AM - 7PM
Fri : 10AM - 7PM
Sat : 10AM - 7PM
Price

฿฿ 101-300 บาทต่อคน
(Cash Only)

Address
40 ถนนดำรงรักษ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
Map
Getting There

สามารถเดินทางโดยเรือด่วนลงท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ แล้วเดินเท้าต่อเข้ามาทางด้านหลังร้าน

Mass Transit

MRT สามยอด

Facilities
Suggest an Edit