Published on February 15, 2017

The Home of Twin

Sühring (ซูห์ริ่ง) ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งจากสองเชฟฝาแฝดชาวเยอรมันที่เคยฝากฝีมือไว้กับร้านดังหลายร้าน ตอนนี้ทั้งสองเชฟพร้อมจะมาสร้างสีสันในวงการอาหารให้กับกรุงเทพ ฯ ด้วยอาหารแนว Fine Dining สไตล์เยอรมันแล้ว
 

สวนร่มรื่นและต้นไม้ใหญ่

 

Kitchen Room ที่เหมือนเปิดห้องครัว และเคาน์เตอร์บาร์ให้นั่ง

Retro House At Yenakart

ตัวร้านได้รับการปรับปรุงและต่อเติมบ้านหลังสวยของครอบครัวในซอยเย็นอากาศที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1970 ให้กลายมาเป็นร้านอาหาร เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับสวนร่มรื่นและต้นไม้ใหญ่ ใครที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติอาจจะเลือกนั่งโซนหน้าร้านที่มีลักษณะเป็นเรือนกระจกที่ห้อมล้อมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ถ้าเดินเข้าไปอีกนิดก็จะพบกับโซนดินเนอร์อีกสองห้องใหญ่ที่ให้บรรยากาศสบาย ๆ เหมือนที่บ้าน ร้านตกแต่งเรียบ ๆ ด้วยโทนสีอบอุ่นและเฟอร์นิเจอร์สไตล์ย้อนยุคนิด ๆ แฝงกลิ่นอายของยุโรปในยุคเก่าด้วยภาพวาดจากบ้านเดิมของเชฟที่เยอรมัน
 

ทางเดินที่ผ่านสวนร่มรื่นและต้นไม้ใหญ่

ถ้าใครอยากดินเนอร์พร้อมดูเชฟเตรียมอาหารไปด้วย สามารถเลือกนั่งที่โซน Kitchen Room ที่เหมือนเปิดห้องครัวให้มานั่งทานอาหารกันเลย ถ้าอยากนั่งตรงนี้ต้องจองก่อนเพราะมีที่นั่งเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น หรือจะเลือกนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์
 

Kitchen Room ที่เหมือนเปิดห้องครัว และเคาน์เตอร์บาร์ให้นั่ง

From Sühring Twin Chefs

ร้านนี้นำโดยเชฟคู่แฝดชาวเยอรมัน Mathias Sühring และ Thomas Sühring ที่เคยฝากฝีมือไว้กับ Mezzaluna ร้านอาหารอิตาเลียนหรูบนชั้น 65 ของโรงแรมเลอบัว สเตททาวเวอร์ และเคยทำงานในร้านอาหารระดับมิชลันสตาร์ 3 ดาว อย่าง Aqua ที่เยอรมัน ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมจากร้านอาหารแนวหน้ามามากกว่า 10 ปี ตอนนี้ทั้งสองเชฟก็พร้อมที่จะแนะนำทุกคนให้ได้ลิ้มลองอาหารแนว New German Cuisine ที่หลายคนอาจจะไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน เพราะอาหารของที่นี่ล้วนเป็นการนำอาหารดั้งเดิมต่าง ๆ ที่เชฟคุ้นเคยในวัยเด็กที่เยอรมัน มาผสมผสานกับเทคนิคใหม่ ๆ พร้อมคัดเลือกเฉพาะวัตถุดิบที่ดีที่สุดออกมาเป็นเซ็ตเมนูที่เหมือนกับการรวมอาหารจากแคว้นต่าง ๆ ในเยอรมันมาเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีไวน์ชั้นดีให้เลือกจับคู่อีกมากมายอีกด้วย
 

 

Introducing New German Cuisine

ก่อนเริ่มมื้อนี้ ทางร้านเสิร์ฟ Welcome Drink เป็นเบียร์แก้วเล็ก ๆ น่ารัก มีรสหวานนิด ๆ จากส่วนผสมของน้ำแอปเปิ้ลและ Krombacher เบียร์ไร้แอลกอฮอล์แต่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมอลต์จากเยอรมันให้ดื่มอุ่นเครื่องกันก่อน จากนั้นจะเริ่มเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อย Savory Cookie ชิ้นเล็ก ๆ ใช้ฐานเป็นแครกเกอร์ท็อปด้วยอะโวคาโดบดและไข่ปลาเทราท์ เสิร์ฟมาในกล่องวินเทจลวดลายสวยงาม  ตามด้วย Snacks คำเล็ก ๆ อีกสี่อย่าง Spiced Tomato Cracker ที่ใช้ฐานเป็นขนมปังซาวโดว์กรอบ ๆ รสชาติหวานเค็มลงตัวท็อปด้วยมะเขือเทศหลากสีที่ผสมผสานกับรสชาติเด่นจากกระเทียมดองกับกลิ่นของพริกและใบกระเพรา ส่วน Frankfurter grüne Soße ที่แม้จะเป็นคำเล็ก ๆ แต่มีส่วนประกอบของสมุนไพรถึง 7 ชนิดด้วยกัน เชฟนำมันฝรั่งไปปรุงรสกับซาวครีมและไข่แดงเป็นเวลานานจนมีลักษณะเป็นเนื้อมูสสีเขียวครีมมี่ รสชาติเข้ากันลงตัว อีกเมนูเป็น Pork Knuckle Sandwich หรือขาหมูเยอรมันสไลด์เป็นชิ้นบาง ๆ วางบนแซนด์วิสแป้งซาวโดว์โฮมเมด แล้วเพิ่มรสชาติด้วยน้ำสลัดรส Sauerkraut กับซอส Marjoram ก่อนนำไปกริลล์จนหอมกรอบ และอีกเมนู Snack ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ Duck Liver ตับเป็ดจากฮังการีท็อปมาบนฐานขนมปังและวางบนแก้วไวน์ เวลาทานต้องดื่มไวน์ในแก้วที่เลือกมาเป็นไวน์จากออสเตรียอย่าง 2008 Seewinkel Beerenauslese Heinz Velich รสชาติออกหวาน เข้ากันกับรสชาติมัน ๆ ของตับเป็ดอย่างดี

 

Welcome Drinks

 

Savory Cookie

 

Frankfurter grüne Soße, Spiced Tomato Cracker และ Pork Knuckle Sandwich

หลังจากเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อยแล้ว ต่อมาเป็นเมนูสลัดที่เป็นอีกหนึ่งจานไฮไลท์ของที่นี่ เชฟจะคัดเลือกผักสดที่หาได้ตามแต่ละวันมาผสมผสานเป็น Late Winter & Early Spring Vegetable & Leafs จานนี้มีผักถึง 23 ชนิด ประกอบด้วยหลากหลายเท็กซ์เจอร์ทั้งผักสดและผักที่ผ่านกรรมวิธีเฉพาะที่เหมาะสมของผักแต่ละชนิด ราดด้วยเดรสซิ่งบล็อกโคลี่เฮเซลนัท 

 

Late Winter & Early Spring Vegetable & Leafs

Recommended Dishes : Brotzeit It's Bread Time!

ถึงเวลาของ Brotzeit ที่แปลว่า Bread Time นั่นเอง ที่นี่ใช้ขนมปังซาวโดว์ที่หมักเองจากหัวเชื้ออายุ 1 ปีเท่านั้น เชฟจะนำไปอบในเตาถ่าน เสิร์ฟมาให้ลองทานไม่ว่าจะเป็นขนมปังที่ทานกับ Oldenburger เนยสไตล์เยอรมัน และ Schmalz มันหมูพร้อมกากหมูชิ้นเล็ก ๆ พร้อมเพรทเซลไว้ทานคู่กับชีสดิปอย่าง Obatzda นอกจากนี ยังมี Dry-Aged Cold Cuts กับแตงดองไว้ทานแกล้มอีกด้วย

 

Brotzeit

Homemade Delectable Dishes

จานต่อมาเป็น Wild Trout Slowly Cooked in Grapeseed Oil ปลาเทราท์ชิ้นกำลังดีที่นำไป Slow Cooked ในอุณหภูมิ 40 องศาเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงแต่ยังคงรสชาติเค็มเล็ก ๆ ตามธรรมชาติของวัตถุดิบ ทานคู่กับซอสมัสตาร์ดมายองเนสรสฝาดนิด ๆ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งและผักตามฤดูกาล สำหรับใครที่ชอบทานพาสต้าต้องถูกใจ Spätzle เส้นพาสต้าสไตล์เยอรมันนุ่ม ๆ สูตรเฉพาะของทางร้านที่ทำจากไข่ เสิร์ฟมากับ Morel Mushroom แล้วท็อปด้วยฟองนุ่ม ๆ ของ Allgäuer Mountain Cheese รสชาติเข้ากันได้ดี

 

Wild Trout Slowly Cooked in Grapeseed Oil

 

Spätzle

เมนคอร์สของที่นี่เสิร์ฟ Simmentaler Beef Tenderloin สเต็กที่เลือกใช้เนื้อวัวส่วนไขมันน้อย นำไปรมควันกับหญ้ากระต่ายทำให้ได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว ย่างมาแบบไม่สุกมากเนื้อจึงยังคงความฉ่ำอยู่ เสิร์ฟคู่กับมะเขือม่วงบดแล้วเพิ่มเท็กซ์เจอร์กรอบ ๆ ด้วยสาหร่ายทะเล

 

Simmentaler Beef Tenderloin

Perfect Finishing Desserts

จบมื้อนี้ด้วยเมนูขนมหวานสีสวย Rhubarb ใช้ไวท์ช็อคโกแล็ตที่นำไป Caramelized อย่างดีผสมกับกลิ่นจาก Tarragon หรือจะลองหวานอีกจานอย่าง Waldorf Salad ที่ต้องคลุกเคล้าทุกอย่างเข้าด้วยกันก่อนทาน เป็นการจบมื้อนี้ด้วยความหวานที่ไม่อิ่มมากจนเกินไป

 

Rhubarb

เมนูคอร์สของที่นี่จะเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบที่เชฟหาได้สดใหม่ในแต่ละวันโดยมีให้เลือกเป็นคอร์ส 9 จาน ราคา 1800++ บาท และคอร์ส 12 จานในราคา 2500++ บาท ใครอยากมาทานแนะนำให้โทรจองโต๊ะล่วงหน้า

Info
Hours
Everyday : 6PM - 10PM
Price

฿฿฿฿฿฿ มากกว่า 2,000 บาทต่อคน

Address
10 ซ.เย็นอากาศ 3 ถ.เย็นอากาศ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
Map
Facilities
Suggest an Edit