Published on May 22, 2026

Island-Inspired All Day Dining

BKK. ชวนไปเช็กอิน ALVA Café & Beach House ร้านอาหารและคาเฟ่น้องใหม่ในโครงการ Crystal Sports G ย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม คอมมูนิตี้สเปซเปิดใหม่ย่านเลียบด่วน ที่ตั้งใจพาเอา Ibiza Beach Club Vibe ใจกลางเมือง มาเติมสีสันให้ทุกช่วงเวลาของวัน ไม่ว่าจะเป็นมื้อสาย จิบกาแฟช่วงบ่าย นัดดินเนอร์ หรือแฮงก์เอาต์ยาวไปถึงค่ำ ที่นี่ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่เป็น Design-driven Lifestyle Space ที่รวมทั้งอาหาร คาเฟ่ กีฬา และไลฟ์สไตล์ไว้ในที่เดียวแบบครบจบ

ภายใต้แนวคิดของแบรนด์ที่อยากสร้างพื้นที่ซึ่งเชื่อมทุกโมเมนต์ของวันพร้อมเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็น Lifestyle Experience ที่แต่ละคนสามารถออกแบบเองได้ ALVA Café & Beach House แห่งนี้จึงถูกวางให้เป็น All-Day Dining ครบทุกช่วงเวลา ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จะมาเริ่มวันด้วยกาแฟดี ๆ แวะประชุม นัดเพื่อน หรือเปลี่ยนมู้ดมานั่งดินเนอร์พร้อมเสียงเพลงช่วงกลางคืนก็ทำได้ทั้งหมดในที่เดียว

 

ALVA Café & Beach House

 

บรรยากาศสุดชิลล์ที่ชวนให้คิดถึงเกาะอิบิซ่า

Inspired by Ibiza Beach House

ตัวร้านได้แรงบันดาลใจจากเกาะอิบิซ่า ประเทศสเปน โดยร่วมงานกับ YAAF Design ถ่ายทอดบรรยากาศ Beach House ริมทะเลผ่านงานออกแบบที่ผสมความโมเดิร์นเข้ากับความผ่อนคลายได้อย่างลงตัว ทั้งโทนสี Sunset Sand, Warm Beige และ Earth Tone รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ งานหวาย และดีเทลตกแต่งที่ช่วยสร้างฟีลอบอุ่นเหมือนบ้านพักตากอากาศริมชายหาดกลางเมือง

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเติมคาแรกเตอร์ให้พื้นที่คือผลงานเซรามิกจาก คุณสมลักษณ์ ปันติบุญ - ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (เครื่องปั้นดินเผา) ประจำปี 2567 และเป็นผู้ก่อตั้ง "ดอยดินแดง" สตูดิโอเซรามิกที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติในจังหวัดเชียงราย เข้ามาเพิ่มเลเยอร์ของงานดีไซน์ของจานดูมีเรื่องราวให้เป็น Artistic Lifestyle Experience พร้อมบาลานซ์ความพรีเมียมแบบเข้าถึงง่าย จนกลายเป็นอีกหนึ่งโลเคชันที่ให้ความรู้สึก ราคาเข้าถึงได้ในระดับพรีเมียม เหมาะทั้งกับสายคาเฟ่ สายไลฟ์สไตล์ และคนที่มองหาพื้นที่พักใจใกล้เมือง

 

บรรยากาศสบายๆ ภายในร้าน

 

มุมไพรเวทที่มองเห็นสปอร์ตคลับด้านใน จะแวะมานั่งรอลูก เพื่อนหรือแฟนตีเทนนิสก็ชิลล์ไม่แพ้กัน

 

บรรยากาศในโซนบาร์

Fusion Comfort Food with Thai Twists

ในส่วนของเมนูความอร่อย ALVA Café & Beach House ตั้งใจนำเสนอประสบการณ์แบบ All-Day Dining Menu ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่ Breakfast, Brunch, Lunch, Dinner ไปจนถึง After Hours ภายใต้คอนเซ็ปต์ Thai & European Beach House Fusion ที่หยิบกลิ่นอายอาหารยุโรปริมทะเลมาผสานเข้ากับรสชาติแบบไทยได้อย่างมีเอกลักษณ์ ให้ทุกจานกินง่าย แต่ยังมีรายละเอียดและความสนุกซ่อนอยู่ในแต่ละองค์ประกอบ เมนูทั้งหมดนี้พัฒนาโดย เชฟจิรภัทร พูลพงษ์ - อดีตเชฟประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ คูเวต ที่ร่วมสร้างสรรค์เมนูกับทีม Food Experts ถ่ายทอดแนวคิดของร้านที่อยากให้ทุกมื้อเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle Experience ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ภายใต้แนวคิดสำคัญอย่าง Premium Experience at Accessible Price ที่ให้ผู้คนเข้าถึงคุณภาพอาหาร บรรยากาศ และงานดีไซน์ระดับพรีเมียมได้ในราคาที่สบายขึ้น

เริ่มต้นวันด้วย Bacon Sunrise Omelet (280 บาท) ออมเล็ตเนื้อเนียนนุ่มที่เสิร์ฟมาพร้อม Bacon Chunk ชิ้นใหญ่ กัวคาโมเล่ และชีสทั้งเชดดาร์กับมอสซาเรลล่าที่ช่วยเติมความเข้มข้นให้ทุกคำดูอบอุ่นและอิ่มสบายกำลังดี หรือสำหรับสายบรันช์ แนะนำ Tropical Avocado Salmon Toast (280 บาท) ที่จับคู่ความหอมของสโมคแซลมอนและเบคอนเข้ากับกัวคาโมเล่และสลัดมะเขือเทศสดได้อย่างลงตัว ให้รสสัมผัสที่สดชื่นแต่ยังมีเลเยอร์ของความละมุนในทุกองค์ประกอบ ทั้งสองเมนูเหมาะจะสั่งคู่กับ Hot Latte (70 บาท) ลาเต้ร้อนจากเมล็ดกาแฟคุณภาพ ที่ช่วยเติมจังหวะเช้าวันนี้ให้ค่อย ๆ สดใสขึ้นแบบพอดี ทั้งอิ่มท้องและได้โมเมนต์สบาย ๆ ก่อนเริ่มวันใหม่

 

Bacon Sunrise Omelet (280 บาท) และ Hot Latte (70 บาท)

 

Tropical Avocado Salmon Toast (280 บาท)

ต่อกันด้วย Seaside Soft Shell and Roe Rice (380 บาท) เมนูข้าวหน้าปูนิ่มที่รวมทั้งความกรอบและความเข้มข้นไว้ในจานเดียว ตัวปูนิ่มทอดมาได้กรอบกำลังดี ทานง่ายทั้งตัว เสิร์ฟบนข้าวญี่ปุ่นพร้อมไข่กุ้งที่เพิ่มสัมผัสกรุบ ๆ และความเค็มมันแบบพอดี ได้ Feel Comfort Food ที่ทานง่ายแต่ยังมีความพรีเมียมในแบบของร้าน

 

Seaside Soft Shell and Roe Rice (380 บาท)

อีกจานที่สายซีฟู้ดน่าจะชอบคือ Spicy Salmon Surfboard Bites (240 บาท) แซลมอนนอร์เวย์ชิ้นพอดีคำที่นำไปเบิร์นไฟด้านบนเพิ่มความหอม ก่อนเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านสไตล์ไทย ได้ทั้งความสดของปลา ความหอมจากการเบิร์น และรสเปรี้ยวเผ็ดที่ตัดกันแบบลงตัว เป็นอีกหนึ่งเมนูฟิวชันที่หยิบความไทยมาใส่ได้พอดีแบบไม่กลบวัตถุดิบหลัก

 

Spicy Salmon Surfboard Bites (240 บาท)

ส่วน Surfing Aji Mini (160 บาท) เป็นอีกเมนูทานเล่นที่น่าสนใจ เพราะใช้ปลาอาจิซึ่งค่อนข้างหาทานยากในไทย ตัวปลาอยู่ในตระกูลเดียวกับปลาทู ให้รสชาติและความมันคล้ายกัน ทางร้านนำมาทอดจนกรอบ ทานง่าย ได้ความหอมของตัวปลาแบบเต็ม ๆ เสิร์ฟพร้อมเลมอนช่วยเพิ่มมิติรสชาติ ทำให้เป็นเมนูที่หยิบทานเพลิน ๆ ได้ทั้งระหว่างวันหรือสั่งมาแชร์บนโต๊ะก็เหมาะเหมือนกัน

 

Surfing Aji Mini (160 บาท)

สำหรับสายพาสต้า ทางร้านแนะนำ Flow Spicy Crab Spaghetti (320 บาท) เมนูสปาเก็ตตี้ปูแซ่บยกสวนที่เชฟเลือกใช้พาสต้าเส้นเหนียวนุ่มที่มาพร้อมปูม้าและซอส Arrabbiata รสเข้มข้น โดยเชฟตั้งใจเลือกซอสมะเขือเทศสไตล์อิตาเลียนที่มีความเผ็ดปลายลิ้นและรสเปรี้ยวชัดจากมะเขือเทศ เพื่อให้เข้ากับความหวานของเนื้อปูม้าได้พอดี ตัวซอสเคลือบเส้นมาแบบกำลังดี ได้ทั้งกลิ่นหอมของมะเขือเทศ ความเผ็ดแบบทานง่าย และความมันของไข่ปูที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้จานนี้มีมิติขึ้นอีกแบบ 

 

Flow Spicy Crab Spaghetti (320 บาท)

ส่วน Tidal Tuna Toss (350 บาท) เป็นสลัดทูน่าที่ให้ฟีลสดชื่นและทานง่าย ตัวทูน่ามาในชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟคู่กับอะโวคาโดจากออสเตรเลียที่ให้สัมผัสนุ่มมัน ตัดด้วยความกรุบของผักสลัดและไข่กุ้ง เพิ่มรสชาติด้วยน้ำสลัดซีอิ๊วงาสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้ความเค็มหวานแบบกลมกล่อม จานนี้จะได้ทั้งความสด เบา และบาลานซ์รสชาติแบบกำลังดี เหมาะสำหรับสั่งมาแชร์หรือทานคู่เมนูหนัก ๆ ของร้าน

 

Tidal Tuna Toss (350 บาท)

ขณะที่ Gambas A La Playa (220 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากฝั่งสเปนแบบชัดเจน ตัวกุ้งนำไปผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียม และผงปาปริก้าจนได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว เสิร์ฟมาแบบร้อน ๆ ให้ความหอมของน้ำมันและเครื่องเทศชัด เนื้อกุ้งเด้งแน่น ทานคู่กับขนมปังกรอบที่ช่วยซับน้ำมันมะกอกและซอสด้านล่างได้พอดี เป็นเมนูเรียบง่ายที่ยิ่งทานยิ่งเพลิน และให้ Feel เหมือนนั่งลิ้มรสทาปาสอยู่ริมทะเลแบบ Mediterranean เบา ๆ

 

Gambas A La Playa (220 บาท)

ปิดท้ายมื้อด้วยเมนูของหวานที่ยังคงเล่นกับความ Fusion ในแบบของร้าน เริ่มจาก Sunset Crepe Suzette with Vanilla Breeze Ice Cream (180 บาท) เมนูคลาสสิกสไตล์ฝรั่งเศสที่ทางร้านเพิ่มความหอมสดชื่นด้วยซอสส้มแมนดารินผสมกลิ่นเหล้าเบา ๆ ให้รสหวานละมุนและมีกลิ่นซิตรัสชัด ตัวเครปเนื้อนุ่มทานคู่กับไอศกรีมเย็น ๆ แล้วช่วยบาลานซ์รสชาติได้ดี ยิ่งได้ส้มสดที่ท็อปมาด้านบนก็ยิ่งเพิ่มความสดชื่นและทำให้จานนี้มีมิติขึ้นอีกแบบ

 

Sunset Crepe Suzette with Vanilla Breeze Ice Cream (180 บาท)

ส่วน Tiramisu Tide (120 บาท) เป็นเมนูที่หยิบทิรามิสุแบบอิตาเลียนมาปรับด้วยกลิ่นอายแบบไทย ๆ ผ่านชาไทยเข้มข้นจากภาคใต้ ตัวครีมยังคงได้ความนุ่มละมุนตามสไตล์ทิรามิสุ แต่เพิ่มความหอมชาไทยที่ชัดขึ้น ทำให้ได้ทั้งความคุ้นเคยและความแปลกใหม่ในคำเดียว และ Tropical Matcha Bliss (120 บาท) พานาคอตต้ามัตฉะเนื้อเนียนนุ่มที่ผสานความหอมของมัตฉะญี่ปุ่นเข้ากับถั่วแดงโฮมเมดได้อย่างลงตัว ตัวพานาคอตต้าให้สัมผัสเบาและละมุน ขณะที่ถั่วแดงช่วยเพิ่มความหวานและความหนึบเล็ก ๆ ทำให้รสชาติรวมออกมาบาลานซ์ ทานง่าย และได้บรรยากาศแบบ Japanese Dessert เบา ๆ ที่เหมาะกับ Vibes ชิลล์ของร้าน

 

Tiramisu Tide (120 บาท) และ Tropical Matcha Bliss (120 บาท)

ปิดท้ายด้วย Watermelon Berry Breeze (95 บาท) ที่ให้รสผลไม้เย็นสดชื่นเหมาะกับอากาศร้อนของกรุงเทพฯ  ทำให้ ALVA Café & Beach House เป็นอีกหนึ่ง All Day Dining Spot ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสายคาเฟ่และสายแฮงก์เอาต์ได้ครบในที่เดียว ตั้งแต่มื้อเช้า บรันช์ ดินเนอร์ ไปจนถึงช่วงค่ำแบบสบาย ๆ ในบรรยากาศ Beach House กลางเมือง

 

Watermelon Berry Breeze (95 บาท)

Info
Hours
Everyday : 6AM - 12AM
Price

฿฿฿ 301-500 บาทต่อคน

Address
Crystal Sports G 828 ถ. ประดิษฐ์มนูธรรม เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
Map
Suggest an Edit