Comfort Space for Night People
ค่ำคืนนี้ไปเช็กอิน HIDDEN AGENDA ARI บาร์ลับอารีย์ ที่อยากให้ทุกค่ำคืนมีที่ให้กลับมา ในย่านอารีย์ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านอาหารมากมาย ยังมีประตูบานหนึ่งซ่อนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ตั้งใจให้เป็นเหมือน "ห้องนั่งเล่นลับ" สำหรับคนเมืองอยู่ภายใน ที่นี่คือ Hidden Bar & Dining Space ออกแบบมาเพื่อคนที่อยากหาที่นั่งพักหลังเลิกงาน ไม่ว่าจะมาคนเดียว นัดเพื่อน หรือปิดท้ายวันด้วยอาหารดี ๆ และเครื่องดื่มสักแก้ว ร้านถ่ายทอดบรรยากาศแบบ Mid-Century Vintage ผ่านโทนสีอบอุ่น แสงสลัว เฟอร์นิเจอร์ไม้ และเสียงเพลงที่ช่วยให้ทุกอย่างค่อย ๆ ช้าลง ราวกับหลุดออกจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ แล้วเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่สบายใจพอดี
ซึ่งความน่าสนใจของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่บรรยากาศ แต่ยังอยู่ที่แนวคิดของอาหารที่หยิบเมนูคุ้นเคยมาตีความใหม่ ผ่านการผสมรสชาติญี่ปุ่น เกาหลี และไทยเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ จนกลายเป็น Comfort Food ที่ทั้งสนุกและกินง่าย เหมาะกับการแบ่งกันบนโต๊ะพร้อมบทสนทนายาว ๆ ในค่ำคืนหนึ่ง
Mid-Century Vintage House
HIDDEN AGENDA ARI ถูกออกแบบให้เหมือนบ้านหลังหนึ่งที่ค่อย ๆ เปิดให้ผู้คนเดินเข้ามาใช้เวลาร่วมกัน มากกว่าจะเป็นบาร์ที่เน้นความหวือหวา ภายใต้กลิ่นอาย Mid-Century Vintage ที่ผสมเฟอร์นิเจอร์วินเทจ งานไม้ แสงไฟโทนอบอุ่น และของตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนสะสมมานาน จนทุกมุมดูมีเรื่องราวของตัวเอง แม้ร้านจะอยู่ใจกลางอารีย์ แต่เมื่อก้าวเข้ามาด้านใน บรรยากาศกลับให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกจากความเร่งรีบของเมือง เหลือเพียงเสียงเพลง แสงสลัว และพื้นที่ที่ชวนให้นั่งยาวตั้งแต่มื้อเย็นไปจนถึงดึก สิ่งที่ทำให้ HIDDEN AGENDA ARI น่าสนใจ คือการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ชั้น ที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ให้เลือกนั่งตามมู้ดของแต่ละคืนนั่นเอง
สำหรับชั้น 1 จัดเป็น Live Music & Social Bar หัวใจของร้าน ที่เนรมิตพื้นที่บาร์ที่มีเวที Live Music อยู่ด้านหน้า รายล้อมด้วยแสงนีออนสีแดง สร้างบรรยากาศแบบ Urban Nightlife ที่ยังคงความเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเลือกนั่งหน้าเวที จิบค็อกเทลที่บาร์ หรือรวมตัวกับแก๊งเพื่อน โต๊ะทุกมุมยังรู้สึกใกล้ชิดกับเสียงดนตรี ทำให้พื้นที่นี้มีชีวิตชีวาตลอดทั้งคืน
ถัดไปที่ชั้น 2 ให้บรรยากาศแบบ Cozy Living Room มู้ดจะเปลี่ยนทันที จากความคึกคักของด้านล่าง กลายเป็นพื้นที่ที่เงียบและอบอุ่นกว่า ด้วยโทนไม้ เฟอร์นิเจอร์วินเทจ โซฟาหนัง และโคมไฟตั้งพื้นที่ช่วยสร้างบรรยากาศเหมือนกำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกของบ้านเพื่อน มากกว่าการมานั่งบาร์ เหมาะทั้งสำหรับดินเนอร์ คุยงาน หรือใช้เวลายาว ๆ กับกลุ่มเพื่อนโดยไม่ต้องเร่งรีบ
ต่อกันที่ชั้น 3 ให้บรรยากาศแบบ Private Corner ฟีลเป็นมุมพักผ่อนที่โปร่งและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตกแต่งด้วยงานไม้ ชั้นวางของ เฟอร์นิเจอร์ Mid-Century และของสะสมที่ช่วยเพิ่มคาแรกเตอร์ให้พื้นที่ แต่ละมุมถูกจัดวางให้เหมือนห้องนั่งเล่นอีกห้องหนึ่ง มีทั้งโต๊ะใหญ่สำหรับกลุ่มเพื่อน และมุมโซฟาที่เหมาะกับการนั่งจิบเครื่องดื่ม คุยกันยาว ๆ หรือจัด Gathering ขนาดเล็ก โดยยังคงบรรยากาศอบอุ่นแบบ Homey ที่เป็นเสน่ห์ของร้าน
Comfort Food with Asian Twist
เมนูอาหารของที่นี่เลือกหยิบแรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่นที่หลายคนคุ้นเคย ก่อนเติมลูกเล่นด้วยรสชาติแบบไทยให้แต่ละจานมีเอกลักษณ์มากขึ้น กินง่าย แต่ยังมีรายละเอียดให้ค้นพบในทุกคำ เหมาะทั้งสั่งแชร์บนโต๊ะหรือจับคู่กับเครื่องดื่มระหว่างค่ำคืน เริ่มต้นด้วย เมี่ยงสันคอหมูปลาร้า (สไตล์เกาหลี) (228 บาท) เมนูที่หยิบวัฒนธรรมการห่อผักแบบเกาหลีมาผสมกับความนัวของปลาร้าสไตล์ไทย ได้ทั้งความสดชื่น ความหอมของหมูย่าง และรสจัดจ้านที่กินแล้วเปิดต่อมอยากอาหารตั้งแต่คำแรก
ต่อด้วย ลิ้นวัวย่างเกลือปรุงรส (288 บาท) เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากร้านยากินิกุยามดึก ลิ้นวัวย่างจนขอบเกรียมหอมบาง ๆ ปรุงรสเพียงเกลือเพื่อดึงรสชาติของเนื้อออกมาให้ชัดที่สุด ก่อนเสิร์ฟคู่เลมอนและแจ่วที่ช่วยเติมมิติให้แต่ละคำ เหมือนนั่งอยู่ในร้านปิ้งย่างเล็ก ๆ หลังเลิกงานที่ญี่ปุ่น
หรือจะเลือกเป็น ข้าวผัดต้มยำแซลมอนย่าง (228 บาท) ข้าวผัดต้มยำรสแซ่บมาพร้อมเครื่องเคียงรสจัดจ้าน ไข่ต้มและท็อปด้วยแซลมอนย่างชิ้นโต อีกเมนูที่กินง่ายแต่มีรสชาติชัดเจน
อีกจานที่หลายคนน่าจะถูกใจคือ ไก่คาราเกะซอสแจ่วมายู (188 บาท) การจับคู่ของไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่นกับมายองเนสที่ผสมแจ่วอีสาน ได้ทั้งความกรอบ ความมัน ความหอมของข้าวคั่ว และรสเปรี้ยวเผ็ดที่ช่วยตัดเลี่ยนได้กำลังดี เป็นเมนูที่สั่งมาแชร์บนโต๊ะแล้วหมดอย่างรวดเร็ว สำหรับใครที่ชอบเมนูข้าว ทางร้านมี ข้าวกะเพราคลุกเนื้อย่าง ไข่ดาว (288 บาท) ที่ให้ความหอมของเนื้อย่างมาผสมกับรสจัดจ้านของกะเพราแบบไทย ได้ทั้งความเผ็ดหอมและความอิ่มแบบเต็มคำ
ส่วนชอบกินสายเส้นไม่ควรพลาด สปาเกตตี้ขี้เมาทะเล (228 บาท) ที่หยิบเมนูยอดนิยมของไทยมาเล่าใหม่ผ่านเส้นพาสต้า คลุกเคล้ากับซีฟู้ดและเครื่องขี้เมาแบบถึงเครื่อง ได้ความเผ็ดหอมที่เข้ากันอย่างลงตัว ก่อนปิดท้ายมื้อ แนะนำ หมูสับต้มบ๊วย (168 บาท) เมนูเรียบง่ายที่กลายเป็นพระเอกของโต๊ะ ซุปใสรสเค็มอมเปรี้ยวจากบ๊วยช่วยรีเฟรชลิ้น ตัดความเข้มข้นของอาหารทอดและอาหารย่างได้อย่างพอดี เป็นเหมือน Comfort Dish ที่ช่วยบาลานซ์ทั้งมื้อให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง
นอกจากอาหารแล้ว ค็อกเทลก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ช่วยเติมคาแรกเตอร์ให้ค่ำคืนของที่นี่เอนจอยมากขึ้น แนะนำแก้วที่ไม่ควรพลาดคือ Midori Sour (350 บาท) ค็อกเทลสีเขียวนีออนที่หยิบสูตรคลาสสิกมาตีความใหม่ ด้วยความหวานฉ่ำของเมล่อนญี่ปุ่น ตัดด้วย Lime Juice ให้ความสดชื่น ก่อนเติมสัมผัสนุ่มละมุนด้วยโฟมไข่ขาว ทำให้เป็นแก้วที่ทั้งดื่มง่าย สดใส และเหมาะจะเริ่มต้นค่ำคืน
นอกจากนี้ยังมี Hidden Gold, Honey Comb และ Beatroot ที่แต่ละแก้วมีคาแรกเตอร์ต่างกัน ให้เลือกจับคู่กับอาหารได้ตามสไตล์ของแต่ละคน หากกำลังมองหาร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนมี "ร้านประจำ" สำหรับหลังเลิกงาน HIDDEN AGENDA ARI คืออีกหนึ่งโลเคชันที่ครบทั้งบรรยากาศ อาหาร และเครื่องดื่ม ในพื้นที่ที่ทำให้ค่ำคืนธรรมดากลายเป็นช่วงเวลาที่อยากกลับมาอีกครั้ง








