Classic French, Made Casual
เปิดประสบการณ์อาหารฝรั่งเศสในมุมใหม่ที่ La Plante (ลาพล็อง) ร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์ Classic French Bistro ที่ตั้งใจหยิบเสน่ห์ของอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมมาเล่าใหม่ให้เข้าถึงง่ายขึ้น ภายใต้แนวคิดที่อยากนำเสนอร้านอาหารที่ไม่ต้องวิ่งตามกระแส พร้อมเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ของอาหารฝรั่งเศสที่หลายคนมองว่าเป็นมื้อพิเศษ เข้าถึงยาก หรือจำเป็นต้องแต่งตัวจัดเต็ม ให้กลายเป็นร้านที่สามารถแวะมานั่งกิน พูดคุย แชร์อาหาร และเอนจอยได้ในทุกโอกาสแบบสบาย ๆ
ด้วยแพสชันของคุณบูม - เจ้าของร้าน และพาร์ตเนอร์ ที่หลงใหลในอาหารฝรั่งเศส ประกอบกับความรู้สึกว่าร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์คลาสสิกในกรุงเทพฯ ยังมีไม่มากนัก LA PLANTE จึงตั้งใจนำเสนอความคลาสสิกในแบบที่ร่วมสมัยขึ้น ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารฝรั่งเศสผ่านรสชาติที่กินง่าย ราคาจับต้องได้ และมีบรรยากาศสไตล์ French Bistro ที่ไม่เกร็งจนเกินไป ให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้เวลาได้ตั้งแต่มื้อเช้า มื้อกลางวันสบาย ๆ ไปจนถึงดินเนอร์พร้อมไวน์ช่วงค่ำ
French Wine House with Homey Touch
ภายในร้านถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายแบบ French Bistro ที่ผสมความโฮมมี่เข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยผนังโค้งด้านหลังที่เรียงรายไปด้วยไวน์หลากหลายฉลาก กลายเป็น Visual Highlight ที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้พื้นที่ดูอบอุ่นและชวนให้นั่งใช้เวลาได้นานขึ้น งานตกแต่งเลือกใช้โทนไม้ธรรมชาติ ตัดกับผนังปูนเปลือยและแสงไฟวอร์มโทน ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายแต่ยังแฝงความคลาสสิกไว้แบบพอดี
ประดับประดาด้วยโคมไฟทรงวินเทจ ดอกไม้แห้ง และเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม ก็ช่วยเติมเสน่ห์ให้พื้นที่ดูอบอุ่นเหมือนบ้านพักตากอากาศในแถบยุโรปตอนใต้ ให้ฟีลที่เหมาะทั้งสำหรับมื้อเช้า มื้อสาย มื้อกลางวัน ดินเนอร์ หรือแฮงก์เอาต์พร้อมไวน์ขวดโปรดในช่วงค่ำแบบสบายๆ ไม่เกร็ง
Classic French for Everyone
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ LA PLANTE คือการทำให้อาหารฝรั่งเศสกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยได้ เชฟเจฟ - เชฟอาหารฝรั่งเศสมากประสบการณ์ อดีตอาจารย์จาก Le Cordon Bleu ผู้เข้าใจทั้งอาหารฝรั่งเศสและรสนิยมของคนไทย มาร่วมถ่ายทอดเมนูอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกในแบบที่ยังคงเทคนิคดั้งเดิม แต่กินง่าย แชร์กันสนุก และจับคู่กับไวน์ได้อย่างลงตัว ให้ทุกคนสามารถแชร์ริงและเอนจอยไปด้วยกันได้
สำหรับเมนูซิกเนเจอร์สายคลาสสิก แนะนำ Soupe a L'Oignon (380 บาท) เมนู French Onion Soup ซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศสที่ให้รสเข้มข้นจากหัวหอมที่ค่อย ๆ เคี่ยวจนได้ความหวานธรรมชาติและกลิ่นหอมลึก ก่อนเสิร์ฟมาในถ้วย Double-Lion Head แบบออริจินัล เพิ่มความคลาสสิกให้จานนี้ดูน่าจดจำมากขึ้น ด้านบนมาพร้อม Gratinated Cheese Toast ชีสเยิ้ม ๆ ที่ช่วยเติมทั้งความหอม มัน
ต่อด้วย Cuisses de Grenouilles “La Plante” (600 บาท) หรือเมนูขากบสไตล์ฝรั่งเศสที่ทางร้านนำปรับเป็นสูตรแบบ LA PLANTE ให้กินสนุกและเข้ากับรสปากคนไทยมากขึ้น โดยยังคงคาแรกเตอร์ของเมนูคลาสสิกไว้ แต่เพิ่มความจัดจ้านในแบบฉบับของ LA PLANTE เนื้อขากบให้สัมผัสนุ่ม แน่น และกินง่าย คล้ายเนื้อไก่อ่อน ๆ ก่อนจะถูกเสริมรสด้วยกระเทียม เคปเปอร์ และซอสสูตรเฉพาะที่ช่วยเพิ่มทั้งความหอม เค็มนิด ๆ เปรี้ยวปลาย ๆ และความกลมกล่อมในคำเดียว
หรือจะลองเป็น Boeuf Bourguignon (860 บาท) เมนูสโลว์คุกสไตล์ฝรั่งเศสที่เลือกใช้แก้มวัวผ่านกรรมวิธีเคี่ยวนานกับเรดไวน์ซอสจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มละลายในปาก มีส่วนประกอบของเห็ดและสโมคเบคอน เสิร์ฟให้ทานคู่กันกับมันบด
นอกจากนี้ยังมี Cuisse de Canard Confite (780 บาท) หรือเมนู Duck Leg Confit ก็โดดเด่นด้วยสะโพกเป็ดกงฟีหนังกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสพริกไทดำและมันบด
นอกจากนี้ La Plante ยังนำจุดแข็งเรื่องอาหารเช้ามาต่อยอดในเวอร์ชันฝรั่งเศสด้วยเมนูอย่าง Croque Madame (360 บาท) ขนมปังบิยอชเสิร์ฟแบบโทสต์ร้อน ๆ สอดไส้แฮมกริลล์และไข่ด้านบน ราดซอส Bechamel เสิร์ฟพร้อมกันกับมิกซ์สลัดเมนูคลาสสิกที่คนฝรั่งเศสคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
หรือ Croissant Œufs Brouilles a la Truffle Confit de Canard (460 บาท) ครัวซองต์ร้อน ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกันกับ Black Truffle Scrambled Egg ผักสด และขาเป็ดกงฟี กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูบรันช์ที่ทั้งอิ่มและมีเลเยอร์ความหอมแบบฝรั่งเศสในทุกองค์ประกอบ
ปิดท้ายมื้อด้วย Crepe Suzettes (360 บาท) ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่ช่วยเติมบรรยากาศของมื้ออาหารให้ดูสนุกและมีเสน่ห์มากขึ้น โดยทางร้านเสิร์ฟในแบบที่เชฟจะออกมาทำสด ๆ ให้ดูถึงโต๊ะ ตั้งแต่ขั้นตอนการปรุงซอสไปจนถึงการเฟลมไฟเบา ๆ ที่ช่วยดึงกลิ่นหอมของซอสส้มและเนยออกมาได้ชัดขึ้น ตัวเครปมีความบางนุ่ม กินคู่กับซอสรสหวานอมเปรี้ยวที่ให้ความสดชื่นกำลังดี ตัดกับความหอมละมุนของเนยได้อย่างลงตัว เป็นของหวานที่ไม่ได้หนักจนเกินไป แต่ช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้แบบพอดี







