Romantic Vibes
ช่วงต้นปีอากาศดี ๆ แบบนี้ ใครกำลังมองหาร้านอาหารไวป์ดี หรือมื้อสุดโรแมนติก เราขอแนะนำ Rose and Ray ร้านอาหารบรรยากาศดีที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 5 ของตึกเก่าในย่านตลาดน้อย เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสแบบร่วมสมัย พร้อมไวน์ลิสต์ให้จิบเคล้าบรรยากาศและชมพระอาทิตย์ตกแบบสวย ๆ
ก่อนจะกลายเป็น Rose and Ray ที่นี่คือพื้นที่ว่างเปล่าของเชียงกงเก่าในย่านตลาดน้อย ก่อนจะถูกชุบชีวิตใหม่ให้กลายเป็นร้านอาหารบรรยากาศแสนอบอุ่นที่มีกิมมิกเป็นแสงและเงาจากแดดยามเย็นที่ตกกระทบกับเหล่าเฟอร์นิเจอร์ไม้ในร้าน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแสงไฟสีส้มในยามค่ำคืน ช่วยสร้างบรรยากาศระหว่างทานอาหารได้อีกหลายเท่า
Nostalgic Home Cooking
ในเรื่องของงานดีไซน์ ที่นี่คงเอาเอกลักษณ์ ความสวยงามและความคลาสสิกของโครงสร้างเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน ทำให้ทันทีที่ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้น 5 ก็สัมผัสได้ถึงความสงบและอบอุ่นด้วยงานไม้ โทนสีธรรมชาติ ภายในร้านให้บรรยากาศแบบ Cozy & Chic ผสมกลิ่นอายยุโรปแบบละมุน มีหลากหลายมุมที่นั่งสบาย ๆ ให้เลือกกัน
นอกจากนี้ที่นี่มาพร้อมการเล่าเรื่องผ่านทั้งพื้นที่และประสบการณ์การกิน ตั้งแต่ชื่อร้านที่สื่อถึงความงามอ่อนโยนของดอกไม้และแสงแดด ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ในร้านที่สะท้อนความทรงจำ ครอบครัว และเสน่ห์ของย่านตลาดน้อย ร้านตั้งใจสร้างบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการเกินไป แต่ยังคงความประณีตในทุกองค์ประกอบ เสริมด้วยไวน์ลิสต์ที่คัดสรรมาอย่างดี ทำให้มื้ออาหารที่นี่มีจังหวะที่ชวนผ่อนคลายและน่าจดจำ
ในส่วนของเมนู แน่นอนว่าต้องเริ่มต้นความสดชื่นกันที่จานของ Hamachi Crudo (490 บาท) เนื้อปลาฮามาจิสดใหม่สไลซ์บาง เสิร์ฟมาพร้อมซอสยูซุ มัสตาร์ด และน้ำมันมะกอกที่ช่วยดึงรสชาติ เพิ่มความสดชื่นด้วยรสเปรี้ยวและเค็ม เป็นจานเปิดมื้อที่ช่วยปลุกประสาทรับรสได้ดี
เมนูสลัดทางร้านแนะนำ Salad Noi Caesar Salad (360 บาท) ซีซาร์สลัดเวอร์ชันตลาดน้อย เสิร์ฟผักสดกรอบมาพร้อมชีสพูน ๆและ ซอสซีซาร์ครีมมี่ มีกิมมิกเป็นเกี๊ยวทอดที่แทนความเป็นตลาดน้อย เหมาะเป็นจานเรียกน้ำย่อยก่อนเข้าสู่เมนูคอร์ส
ต่อมาที่จานของ Capellini Ponzu Truffle with Hokkaido Hotate (450 บาท) พาสต้าเย็นเส้นคาเปลลินีที่หลายคนยกให้เป็นจานโปรด เสิร์ฟมากับหอยเชลล์ฮอกไกโดเนื้อหวานตัวโต ราดซอสพอนสึทรัฟเฟิลรสเบาสดชื่น กลิ่นหอมกำลังดี กินแล้วไม่เลี่ยน
หรือจะเป็นจานของ Bucatini Asari Clams with Garlic Chilli (490 บาท) พาสต้าเส้นบูกาตินีเท็กเจอร์หนึบหนับ คลุกซอสกระเทียมพริกหอม ๆ เผ็ดเล็กน้อย เสิร์ฟพร้อมหอยอาซาริสดที่ให้รสเค็มหวานจากทะเลแบบเป็นธรรมชาติ เป็นจานที่บาลานซ์ความจัดจ้านและความกลมกล่อมได้อย่างลงตัว
อีกเมนูขายดีต้องยกให้ Rose and Ray African Chicken, Herb Rice (520 บาท) จานซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดกับไก่สไตล์แอฟริกันหมักเครื่องเทศเข้มข้น เนื้อฉ่ำ หนังกรอบ เสิร์ฟคู่ข้าวเฮิร์บหอม ๆ ที่ช่วยตัดรสให้จานนี้กินง่ายขึ้น เป็น Comfort Food ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน
ส่วนเมนูซุป ต้องลอง Sago, Ton Bouillabaisse (650 บาท) บูยยาเบสในเวอร์ชันร่วมสมัย น้ำซุปทะเลเข้มข้น หอมสมุนไพร เสิร์ฟคู่สาคูของไทยที่เพิ่มมิติของเท็กซ์เจอร์ให้จานนี้ดูน่าสนใจขึ้น รสชาติซับซ้อนแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่น
ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง Pistachio Raspberry Tiramisu (320 บาท) ทิรามิสุที่เติมลูกเล่นด้วยพิสตาชิโอหอมมัน ตัดด้วยรสราสป์เบอร์รีเปรี้ยวหวาน ช่วยให้ของหวานจานนี้สดชื่น ไม่เลี่ยน และปิดมื้อได้อย่างพอดี
นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มทั้งม็อกเทลและค็อกเทลให้เลือกสั่งมาชิม ไม่ว่าจะเป็น Yuzu Marigold Sour (350 บาท) ค็อกเทลโทนสดใสที่ผสาน Gin กับชา Marigold หอมละมุน เติมความเปรี้ยวสดชื่นจากยูซุและเลมอน เพิ่มความนุ่มละมุนด้วยไข่ขาว ได้ความหวานจากน้ำผึ้ง ดื่มง่าย แต่มีเลเยอร์ของรสชาติ อีกแก้วคือ Dust N Dawn (350 บาท) ค็อกเทลสายเข้มที่เล่นกับกลิ่นและรสของ Cold Brew Coffee ผสาน Gin และอัลมอนด์ เพิ่มความสดชื่นด้วยคาลามันซีและเลมอน
หรือจะเป็น Bright and Shine Iced Tea (150 บาท) ชามะลิเย็นหอมละมุน เพิ่มรสชาติด้วยน้ำผึ้ง เลมอน และผลไม้ตามฤดูกาล ให้รสหวานอมเปรี้ยวสดชื่น เหมาะสำหรับจิบคลายร้อน ปิดท้ายมื้อนี้ได้อย่างน่าประทับใจ







